ปลุกอะดรีนาลีนสีส้มกับยางเสือหมอบรุ่นใหม่ Maxxis High Road M230
Sport For Lifeปลุกอะดรีนาลีนสีส้ม กับยางเสือหมอบรุ่นใหม่ Maxxis High Road M230 ยางเสือหมอบรุ่นใหม่ที่นักปั่นต้องรู้จัก
สำหรับใครที่กำลังมองหายางเสือหมอบตัวใหม่ แถมอยากได้ทั้งความเร็ว ความปลอดภัย และราคาที่ไม่ทำร้ายกระเป๋าสตางค์ วันนี้เรามีตัวเลือกที่น่าสนใจมาแนะนำ นั่นก็คือ Maxxis High Road M230 ยางเสือหมอบเจนเนอเรชันที่ 3 ที่มาพร้อมอัปเกรดใหม่หมดทั้งตัว
อะไรใหม่ใน High Road รุ่นล่าสุด?

Maxxis ปรับโฉม High Road ครั้งใหญ่ในเจนเนอเรชันที่ 3 นี้ โดยเน้นไปที่การพัฒนาในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุ โครงสร้าง หรือดอกยาง จนได้ออกมาเป็นยางที่ Maxxis อ้างว่า "เร็วกว่าเดิม 16% แต่ยังเกาะถนนได้ดีกว่าเดิมถึง 23% บนพื้นเปียก" ซึ่งตัวเลขพวกนี้ฟังดูดีมากจนแทบไม่น่าเชื่อ
แต่ก่อนจะไปถึงสเปกเทคนิค เรามาดูกันก่อนว่ารุ่นนี้ Maxxis ใส่เทคโนโลยีอะไรเข้าไปบ้าง
HYPR Compound หัวใจสำคัญของความเร็ว

HYPR คือยางคอมพาวด์สูตรใหม่ที่ Maxxis พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับยางเสือหมอบระดับแข่งขัน ใช้ซิลิกาบริสุทธิ์ 100% แทนการผสมคาร์บอนแบล็คแบบเดิม ผลลัพธ์ที่ได้คือแรงต้านการหมุนที่ลดลง ทำให้ปั่นได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องออกแรงมากขึ้น
ที่สำคัญคือ HYPR ไม่ได้แลกความเร็วด้วยการลดความยึดเกาะ ตรงกันข้าม มันให้กริปที่ดีขึ้นกว่าเดิมบนพื้นเปียก ซึ่งเป็นจุดอ่อนของยางเสือหมอบทั่วไป นี่จึงเป็นการอัปเกรดที่ดีทั้งสองด้านจริงๆ
K2 Puncture Protection เบาแต่แกร่ง

ชั้นกันยางแตกของ Maxxis ที่ชื่อว่า K2 นั้นทำจากเส้นใยพิเศษที่แข็งแรงกว่าแม้แต่ aramid (เส้นใยที่ใช้ทำเสื้อกันกระสุน) แต่ยังคงความบางเบาและยืดหยุ่นไว้ได้ ทำให้ยางยังคงนุ่มและสบายในการขี่ ไม่แข็งจนรู้สึกเหมือนปั่นบนไม้
สำหรับคนที่เคยเจอยางแตกกลางทาง โดยเฉพาะบนท้องถนนไทยที่มีเศษแก้ว ตะปู หรือเศษลวดกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ชั้น K2 นี้น่าจะช่วยให้ใจเย็นลงได้ไม่น้อย
โครงสร้างแบบ Turn-Up Construction

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญในรุ่นใหม่ Maxxis ปรับเปลี่ยนโครงสร้างของยางใหม่หมด ทำให้น้ำหนักลดลงในขณะที่ยังคงความแข็งแรงและการป้องกันการแตกไว้ได้ รุ่น Tube-Type (ใส่ยางใน) เบาลงจนน้ำหนักใกล้เคียงกับรุ่น Tubeless เลยทีเดียว
_0.jpg?1770013619939)
ผ้าใบ 150 TPI (Threads Per Inch) ที่ใช้ก็ช่วยให้ยางนุ่มนวลขณะที่ยังแข็งแรงพอที่จะทนการปั่นหนักๆ ได้ เป็นการหาจุดสมดุลที่ดีระหว่างความสบายและความทนทาน
สเปกที่ควรรู้
High Road M230 ที่วางจำหน่ายในไทยผ่าน Peloton มี 2 ขนาดให้เลือก

700x28C
- น้ำหนัก: 225 กรัม
- ความดันสูงสุด: 115 PSI
- ราคา: 1,700 บาท/เส้น
700x30C
- น้ำหนัก: 243 กรัม
- ความดันสูงสุด: 90 PSI
- ราคา: 1,700 บาท/เส้น
ทั้งสองขนาดเป็นแบบ Tube-Type (ใส่ยางใน) ใช้ขอบลวด Folding Bead ที่พับเก็บได้ ติดตั้งง่าย น้ำหนักเบา

ใครควรเลือกใช้ High Road M230?

ถ้าถามว่ายางเส้นนี้เหมาะกับใคร คำตอบคือ "เกือบทุกคน" ที่ปั่นเสือหมอบอยู่แล้ว

เหมาะกับนักแข่ง ที่ต้องการยางที่ให้ทั้งความเร็วและความมั่นใจในการเข้าโค้ง โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน การที่ HYPR Compound ให้กริปดีขึ้นบนพื้นเปียกถือเป็นข้อได้เปรียบใหญ่
เหมาะกับนักปั่นสาย All-Around ที่ต้องการยางสมรรถนะสูงในราคาที่สมเหตุสมผล 1,700 บาทต่อเส้นถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่แพงจนเกินไป แต่ได้เทคโนโลยีระดับท็อป
เหมาะกับคนที่ปั่นบนท้องถนนไทย ที่มีภัยคุกคามจากเศษแก้วและตะปูอยู่เสมอ ชั้น K2 จะช่วยลดโอกาสยางแตกได้ไม่น้อย
อาจจะไม่เหมาะกับ คนที่ต้องการยางน้ำหนักเบาสุดขีดเพื่อการแข่งขันระดับสูง เพราะยังมียางรุ่น HIGH ROAD SL ที่เบากว่าอยู่ (แต่ราคาก็แพงกว่าเยอะ และอาจไม่ทนทานเท่า)
น่าสนใจไหม?
ในราคา 1,700 บาทต่อเส้น Maxxis High Road M230 ให้เทคโนโลยีที่น่าสนใจพอสมควร การปรับปรุงทั้งความเร็วและการยึดเกาะพร้วมไปกับการป้องกันยางแตกที่ดีขึ้นคือสิ่งที่นักปั่นหลายคนมองหา
ถ้าคุณกำลังมองหายางเส้นใหม่อยู่พอดี และต้องการยางที่ทำงานได้ดีทั้งในสนามแข่งและบนท้องถนนทั่วไป รุ่นนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณา

สามารถสอบถามและสั่งซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายบริษัท เปโลตอง จำกัด ทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.peloton.co.th/dealer
หมายเหตุ: ตัวเลขการปรับปรุงประสิทธิภาพ (16% และ 23%) เป็นข้อมูลจากการทดสอบของ Maxxis เมื่อเทียบกับยาง High Road รุ่นก่อนหน้า ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันไปตามสภาพการใช้งาน